ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ

ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ นับเป็นเวลาหลายวันมานี้ได้มองเห็นเหตุหนึ่งตามสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆเป็นตู้ปันสุข ที่มีหลายครอบครัวลงมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมกันเองโดยไม่มีกันเกี่ยวข้องกับทางเมือง


นับเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤตที่ดีอย่างนึง ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ แม้กระนั้นมีคำถามที่เกิดขึ้นตามมาภายหลังกำเนิดดราม่าในสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า ในความเป็นจริงแล้ว ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือ ภายหลังจากปรากฏภาพข่าวสารที่ว่าคนมาแย่งของในตู้กันจนกระทั่งหมดภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 3 นาที นักเขียนต้องการจะชี้แจงในวงเจรจาที่กำลังโต้เถียงกันเรื่องปัญหาที่ว่า ตู้ปันสุขเหมาะสมกับสังคมไทยใช่หรือไม่ แต่ว่าก็เกรงว่าจะโดนคนที่มีคุณธรรมเด่นกว่าประชาชนเค้ารุมกระทืบเอา (ฮ่า) กลับมาที่คอนเซ็ปของตู้ปันสุขกันก่อนจะไปเอ่ยถึงเรื่องจริยธรรมต่างๆแคมเปญตู้ปันสุขนี้ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก แบบอย่างที่มีให้มองเห็นก็แผนการแบ่งปันหนังสือ หรือพวก free food ต่างๆแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สังคมตะวันตกให้ความเอาใจใส่กับการแบ่งปันก็คือบรรทัดฐานที่พวกเค้าใช้ดูตนเองนั่นแหละ ของกินที่เค้าเอามาแบ่งก็คือของกินที่เค้าสามารถกินได้ในทุกวี่ทุกวัน ไม่ใช่ มาม่า ไข่ น้ำมันพืช ของหวานก๊อบแก็บ ห้าบาทสิบบาท ปลากระป๋อง อะไรอย่างงี้ โน่นทำให้เห็นว่า ผู้ที่เค้าเอามาให้เนี่ย เว้นเสียแต่ไม่ประเมินด้วยบรรทัดฐานของตนแล้วยังตีค่าผู้ที่รับตามสิ่งที่แจกด้วยเช่นเดียวกัน เพียงพอมีข้อความสำคัญเรื่องคนยากจน คนประสบทุกข์เข้ามาเกี่ยวแล้ว ก็จะมีคนชนิดที่คุณธรรมสูงศักดิ์กว่าประชาชนออกมาประนาม รุมสาปคนยากจน พูดว่าคนยากจนไทยเป็นพวกเห็นแก่ตัว ไม่มีมรรยาท โลภมาก นานับประการแต่ว่าไม่คำนึงถึงว่าผู้ที่มีลักษณะพวกนี้ไมได้มีเพียงแค่คนยากจน ทดลองหันไปมองดูพวกชนชั้นกลางหรือพวกคนมั่งมีก็มีลักษณะของการเอาชีวิตรอดอย่างนี้ไม่มีความแตกต่างกัน ดีไม่ดีหนักกว่า แนบเนียนกว่าการไปรุมแย่งไข่หรือปัดกวาดซองมาม่าด้วย คอนเซปจริงๆของโครงงานแบ่งปันของกินให้ผู้ที่ได้รับผลพวงจากวิกฤตต่างๆนี้มันอยู่ที่ คนให้กับผู้รับไม่ต้องมามีความสัมพันธ์กัน ผู้รับก็ไม่ต้องมารู้สึกว่าดวงดีคุณกัน ไม่ต้องมารับของจากมือถ่ายภาพลงโซเชี่ยลว่า ฉันมาทำความดีแล้วนะด้วยการเกื้อกูลพวกไม่ค่อยได้รับโอกาศเหล่านี้ แม้กระนั้นเพียงพอมีตู้ปันสุขในฉบับชาวไทยปุ๊ป ก็ต้องมีการตำหนิดกล้องรอดูราวกับว่าตัวเองนั้นเป็นพวกนักบุญ เอาตู้ปันสุขมาทดลองคุณธรรมของคน แล้วยกฐานะจริยธรรมของตนเองว่าวิเศษกว่ากลุ่มคนเหล่านี้ที่มาคอยรุมทึ้งของบริจาค เสร็จและจากนั้นก็เอามาลงโซเชี่ยล ด่าว่าดูถูกเหยียด ดุจดั่งว่าตนเองเด่นกว่ามนุษย์มนาทั่วๆไป (แต่ว่าตนเองก็ฝ่าฝืน privacy หรือแม้กระทั้งคอนเซปของตู้ปันสุขก็ไม่สนใจอีกด้วยว่ามีเพื่ออะไร)

Author: Vincent Kelly